Home / Blog / ทำไม Project Manager ควรดึงผู้เชี่ยวชาญ AV เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ต้น ก่อนงานหน้างานสะดุด งบบาน และส่งมอบล่าช้า
Project Manager นำทีมประชุมร่วมกับ Designer, QS, CM และ AV Specialist ในห้องประชุมโครงการ พร้อมแบบแปลนและจอแสดงระบบ Audiovisual

ทำไม Project Manager ควรดึงผู้เชี่ยวชาญ AV เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ต้น ก่อนงานหน้างานสะดุด งบบาน และส่งมอบล่าช้า

ในฐานะ Project Manager (PM) ที่ต้องดูแลภาพรวมโครงการก่อสร้างและตกแต่งภายใน คุณต้องบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากมาย ตั้งแต่ Owner, Designer, Quantity Surveyor (QS), Construction Manager (CM), Contractor ไปจนถึง Supplier ต่างๆ เพื่อให้โครงการสำเร็จตามเวลา (Time), งบประมาณ (Cost), คุณภาพ (Quality) และตอบโจทย์การใช้งานจริง (User Experience)

แต่หนึ่งในระบบที่มักถูกมองข้ามและถูกนำเข้ามาพิจารณาในช่วงท้ายของโครงการคือ ระบบภาพและเสียง (Audiovisual System หรือ AV) งาน AV มักถูกมองว่าเป็นเพียง “อุปกรณ์เสริม” หรือ “งานปลายทาง” ที่นำเข้ามาติดตั้งเมื่อห้องเสร็จแล้ว ทว่าในความเป็นจริง งาน AV คือ ระบบสำคัญที่ต้องบริหารตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นออกแบบ หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน AV เข้าร่วมตั้งแต่ต้น โครงการมักจะเผชิญกับความเสี่ยงร้ายแรง เช่น แบบสถาปัตย์ไม่รองรับอุปกรณ์, งบประมาณตกหล่น, ติดตั้งไม่ได้จริง และส่งมอบห้องประชุมที่ใช้งานไม่ได้ตามคาดหวัง

 


 

สารบัญบทความ

 


 

บทบาทของ PM ในการบริหารงาน AV ตั้งแต่ต้นจนจบ 

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว PM ต้องควบคุมและประสานงานด้าน AV ในทุกขั้นตอนของโครงการ ตั้งแต่ต้นจนถึงการส่งมอบและดูแลหลังการใช้งาน ดังนี้

ในช่วง Concept Design PM ต้องทำความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งาน (User Requirement) และกำหนดฟังก์ชันของพื้นที่ให้ชัดเจนก่อนที่งานออกแบบจะเดินหน้าต่อไป ตามมาด้วยช่วง Budget Planning ที่ต้องวางงบประมาณเบื้องต้นสำหรับระบบ AV ให้ครอบคลุมทั้งอุปกรณ์ งานติดตั้ง และซอฟต์แวร์

ในช่วง Design Coordination PM ต้องประสานงานระหว่าง Designer, MEP และ AV Specialist เพื่อให้มั่นใจว่าแบบสถาปัตยกรรมและงานระบบสอดคล้องกับตำแหน่งอุปกรณ์ AV ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วง BOQ / Cost Estimation ที่ต้องตรวจสอบร่วมกับ QS ให้มั่นใจว่า BOQ ครอบคลุมอุปกรณ์ AV ทุกรายการและสเปกถูกต้อง

ในช่วง Tender / Procurement PM ต้องคัดเลือกผู้รับเหมาหรือ System Integrator ที่มีความเชี่ยวชาญและมีผลงานที่พิสูจน์ได้ จากนั้นในช่วง Site Coordination ต้องประสานงานหน้างานร่วมกับ CM เพื่อเตรียมความพร้อมของพื้นที่ ระบบไฟ และโครงสร้างก่อนติดตั้ง

ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Testing & Commissioning เพื่อทดสอบระบบทั้งหมดอย่างละเอียด ตามด้วย Training & Handover ที่ต้องจัดอบรมการใช้งานให้แก่ End User และส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง และปิดท้ายด้วยการวางแผน Maintenance / After-sales Service เพื่อยืดอายุการใช้งานระบบ

 


 

ความสัมพันธ์ระหว่าง PM, Designer, QS และ CM ในงาน Audiovisual 

Diagram แสดง Project Manager ในฐานะ AV Coordination Hub เชื่อมโยง Owner, Designer, QS, CM, Contractor และ AV Specialist

การบริหารงาน AV ให้ราบรื่นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย หากประสานงานไม่ครบถ้วน อาจเกิดความเสี่ยงดังตารางต่อไปนี้

บทบาท  หน้าที่หลัก  จุดที่เกี่ยวข้องกับ AV  ความเสี่ยงหากประสานงานไม่ครบ 
PM บริหารภาพรวมโครงการ คุมเวลา งบ คุณภาพ
และการส่งมอบ AV
งานล่าช้า งบเพิ่ม
ส่งมอบไม่สมบูรณ์
Designer ออกแบบพื้นที่และ
ประสบการณ์ใช้งาน
ตำแหน่งจอ ลำโพง กล้อง ไมค์
เฟอร์นิเจอร์ และ Acoustics
ห้องสวยแต่ใช้งานประชุมจริงไม่ดี
QS ถอดปริมาณและ
ประเมินราคา
BOQ, Specification,
Scope of Work
งบขาด รายการตกหล่น
Change Order เพิ่ม
CM ควบคุมงานก่อสร้าง/
ติดตั้งหน้างาน
ตรวจตำแหน่ง ติดตั้ง ระบบไฟ
สายสัญญาณ และงานประสานระบบ
ติดตั้งไม่ได้ ต้องแก้งานซ้ำ
กระทบ Timeline
AV Specialist ออกแบบและให้คำปรึกษา
ระบบ AV
AV Design, Drawing, Equipment,
Integration, Testing
หากเข้าช้า
ระบบอาจไม่สอดคล้องกับงานจริง

 


 

Pain Point สำคัญที่ PM มักเจอในงาน AV

Infographic แสดง 10 Pain Points งาน AV ที่ PM มักเจอ เมื่อ AV Specialist เข้าร่วมโครงการช้าเกินไป

ปัญหาที่ PM มักพบเจอเมื่อระบบ AV ไม่ได้รับการวางแผนอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น มีดังนี้

  • ปัญหาด้านการออกแบบ: งาน AV ถูกคิดหลังจากงานออกแบบเสร็จแล้ว ทำให้ต้องรื้อฝ้าหรือเจาะผนังใหม่เพื่อเดินสายสัญญาณ นอกจากนี้ยังไม่มี AV Requirement ที่ชัดเจนจากผู้ใช้งานจริง ส่งผลให้ซื้ออุปกรณ์มาแล้วแต่ไม่ตอบโจทย์การทำงานขององค์กร
  • ปัญหาด้านงบประมาณ: BOQ ไม่ครอบคลุมอุปกรณ์และงานติดตั้งจริง เนื่องจาก QS ถอดราคาจากแบบที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้งบบานปลายในภายหลัง และจุดติดตั้งอุปกรณ์ชนกับงาน Interior เช่น ตำแหน่งกล้องถูกบังโดยโคมไฟ หรือจอภาพติดไม่ได้เพราะผนังรับน้ำหนักไม่พอ
  • ปัญหาด้านระบบ: ระบบไฟฟ้า สายสัญญาณ และ Network ไม่พร้อม ทำให้การติดตั้งล่าช้าและระบบทำงานไม่เสถียร รวมถึงปัญหาด้าน Acoustics ที่ห้องประชุมมีเสียงก้อง เสียงสะท้อน หรือไมค์เก็บเสียงไม่ชัด ทำให้การประชุมออนไลน์มีปัญหา
  • ปัญหาด้านการส่งมอบ: Video Conference ใช้งานจริงแล้วไม่เสถียร ผู้ใช้งานไม่เข้าใจวิธีใช้งานระบบ ส่งมอบห้องแล้วแต่ระบบ AV ยังต้องแก้ไข และไม่มีแผน Maintenance หลังส่งมอบ

 


 

หาก PM ดึงผู้เชี่ยวชาญ AV เข้าร่วมตั้งแต่ต้น จะช่วยอะไรได้บ้าง 

การนำ AV Specialist เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นโครงการ จะสร้างประโยชน์เชิงธุรกิจและเชิงบริหารโครงการอย่างมหาศาล ดังนี้

ประโยชน์ที่ได้รับ  ผลลัพธ์ต่อโครงการ 
ลดความเสี่ยงงานแก้ซ้ำ ป้องกันการรื้อถอนและแก้ไขงานโครงสร้างหรือตกแต่งภายใน
ลด Change Order เมื่อแบบชัดเจนตั้งแต่ต้น โอกาสที่จะต้องเพิ่มงบประมาณระหว่างทางก็จะลดลง
BOQ และ Budget แม่นยำขึ้น QS สามารถประเมินราคาได้ตรงกับความเป็นจริง ไม่ขาดไม่เกิน
Designer ออกแบบได้สอดคล้อง ผสานเทคโนโลยีเข้ากับความสวยงามได้อย่างลงตัว
QS ถอดราคาได้ครบถ้วน ไม่ตกหล่นรายการสำคัญ เช่น ค่าแรงติดตั้ง สายสัญญาณ หรืออุปกรณ์เสริม
CM ควบคุมหน้างานได้ง่ายขึ้น มีแบบ Shop Drawing ที่ชัดเจน ลดข้อขัดแย้งหน้างาน
ลดปัญหาระหว่างติดตั้ง ทุกฝ่ายรู้หน้าที่และไทม์ไลน์ของตนเองอย่างชัดเจน
เพิ่มความพร้อมก่อน T&C ระบบพร้อมสำหรับการทดสอบและปรับแต่งให้สมบูรณ์
ส่งมอบได้ตรงเวลา ส่งมอบโครงการได้อย่างราบรื่นและตรงเวลา
เพิ่มความพึงพอใจ Owner & User ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีและเพิ่ม Productivity ให้กับองค์กร

 


 

AV Project Workflow ที่ PM ควรใช้เป็น Checklist

Infographic แสดง AV Project Workflow 14 ขั้นตอนสำหรับ Project Manager ตั้งแต่ Define User Requirement จนถึง Preventive Maintenance Plan

เพื่อความสำเร็จของโครงการ PM ควรนำ Workflow นี้ไปใช้เป็น Checklist ในการทำงาน

ขั้นตอน  สิ่งที่ PM ต้องตรวจสอบ 

AV Specialist ช่วยอะไรได้ 

1. Define User Requirement รวบรวมความต้องการจาก
ผู้ใช้งานจริงครบถ้วน
วิเคราะห์และเสนอแนะ
เทคโนโลยีที่เหมาะสม
2. Identify Room Function กำหนดวัตถุประสงค์
ของแต่ละห้องชัดเจน
ให้คำแนะนำระบบ AV ที่เหมาะกับ
ฟังก์ชันห้อง
3. AV Concept Design อนุมัติแนวคิดเบื้องต้นของระบบ จัดทำ Conceptual Design และ System Diagram
4. Budgetary Estimate ตรวจสอบงบประมาณให้ครอบคลุม
ทุกองค์ประกอบ
ให้ข้อมูลราคาอ้างอิงที่แม่นยำ
5. Design Coordination ประสานแบบร่วมกับ Interior, Architecture, MEP ตรวจสอบความสอดคล้องของตำแหน่ง
และงานระบบ
6. AV Drawing & Specification ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบ
และสเปก
จัดทำแบบ Shop Drawing
และ Specification โดยละเอียด
7. BOQ Review with QS ตรวจสอบความถูกต้องของรายการ
และราคา
ช่วยรีวิว BOQ ให้ครบถ้วนและถูกต้อง
8. Tender Clarification ชี้แจงข้อสงสัยในช่วงประกวดราคา ตอบคำถามทางเทคนิคให้แก่ผู้รับเหมา
9. Site Coordination with CM ประสานงานหน้างานก่อนติดตั้ง ตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่และระบบ
10. Installation Planning วางแผนการติดตั้งร่วมกับผู้รับเหมา กำหนด Installation Sequence ที่ถูกต้อง
11. Testing & Commissioning ตรวจสอบผลการทดสอบระบบทั้งหมด นำการทดสอบและปรับแต่ง
ระบบให้สมบูรณ์
12. User Training จัดให้มีการอบรมก่อนส่งมอบ จัดทำคู่มือและอบรมการใช้งาน
13. Handover Document ตรวจรับเอกสารให้ครบถ้วน ส่งมอบแบบ As-built และเอกสารรับประกัน
14. Preventive Maintenance Plan อนุมัติแผนการบำรุงรักษา จัดทำ PM Schedule และ SLA

ตัวอย่างสถานการณ์จริงที่ PM ควรระวัง

กรณีที่ 1: ห้องประชุมผู้บริหารติดตั้งจอแล้วสะท้อนแสง ใช้งาน Video Conference ไม่ชัด 

  • ปัญหา: ตำแหน่งจอภาพอยู่ตรงข้ามหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้เกิดแสงสะท้อน (Glare) กล้อง Video Conference จับภาพย้อนแสง ทำให้หน้ามืด ไม่สามารถใช้งานได้จริง
  • ผลกระทบต่อ PM: Owner ไม่พอใจ ต้องหาวิธีแก้ไข เช่น ติดฟิล์มกรองแสง เปลี่ยนม่าน หรือย้ายตำแหน่งจอ ซึ่งกระทบทั้งงบประมาณและ Timeline ของโครงการ
  • วิธีป้องกัน: ประสานงานเรื่อง Lighting Design และตำแหน่งติดตั้งตั้งแต่ช่วงออกแบบ โดยให้ AV Specialist เข้าร่วมประชุมออกแบบตั้งแต่ต้น
  • บทบาทของ AV Specialist: ให้คำแนะนำเรื่องตำแหน่งการติดตั้งจอและกล้องที่เหมาะสม รวมถึงการจัดแสง (Lighting Design) สำหรับห้องประชุมที่ใช้งาน Video Conference

กรณีที่ 2: QS ตั้งงบ AV ต่ำเกินจริง เพราะไม่มี Specification ที่ชัดเจน 

  • ปัญหา: QS ประเมินราคาจากแบบ Concept ที่มีแค่ “ทีวีและลำโพง” โดยไม่รวมระบบ Control, สายสัญญาณคุณภาพสูง, License ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ
  • ผลกระทบต่อ PM: เมื่อถึงเวลาประมูลงานจริง ราคาพุ่งสูงกว่างบที่ตั้งไว้มาก ต้องทำ Change Order หรือลดสเปกอุปกรณ์ (Value Engineering) ซึ่งอาจทำให้ระบบใช้งานไม่ได้ตามที่หวัง
  • วิธีป้องกัน: จัดทำ AV Specification ที่ละเอียดก่อนให้ QS ถอดราคา โดยระบุรายการอุปกรณ์ทุกชิ้น ค่าแรงติดตั้ง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  • บทบาทของ AV Specialist: จัดทำเอกสาร Specification และ BOQ เบื้องต้นที่ครอบคลุมทุกองค์ประกอบของระบบ เพื่อให้ QS สามารถประเมินราคาได้อย่างแม่นยำ

กรณีที่ 3: CM พบว่าตำแหน่งสายสัญญาณไม่ตรงกับตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์และโต๊ะประชุม 

  • ปัญหา: ช่างไฟเดินสายสัญญาณตามแบบ MEP เก่า ในขณะที่ Designer เปลี่ยนแปลงตำแหน่งโต๊ะประชุมในภายหลัง ทำให้ตำแหน่ง Connection Point ไม่ตรงกับจุดที่ต้องการใช้งาน
  • ผลกระทบต่อ PM: ต้องสกัดพื้นหรือรื้อฝ้าเพื่อเดินสายใหม่ ทำให้งานล่าช้าและเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ไม่ได้วางแผนไว้
  • วิธีป้องกัน: มีการทำ Design Coordination อย่างสม่ำเสมอ และอัปเดตแบบให้ตรงกันทุกฝ่ายทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
  • บทบาทของ AV Specialist: เข้าร่วมประชุม Site Coordination และตรวจสอบ Shop Drawing อย่างละเอียดก่อนเริ่มงานติดตั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าตำแหน่งสายสัญญาณสอดคล้องกับแบบ Interior ล่าสุด

 


 

ตรวจความพร้อมงาน AV ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปของโครงการ

“PM ที่บริหารงาน AV ได้ดี จะช่วยให้โครงการลดความเสี่ยงด้านเวลา งบประมาณ คุณภาพ และความพึงพอใจของผู้ใช้งานได้อย่างมาก”

งาน Audiovisual ไม่ใช่แค่เรื่องของการซื้ออุปกรณ์มาติดตั้ง แต่คือระบบที่เกี่ยวข้องกับ Experience, Collaboration, Productivity และ ภาพลักษณ์ขององค์กร การดึงผู้เชี่ยวชาญ AV เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น จะช่วยให้ PM สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาหน้างาน และส่งมอบโครงการที่สมบูรณ์แบบได้อย่างแท้จริง

ห้องประชุมที่ดีไม่ใช่แค่ห้องที่สวยงาม แต่คือห้องที่ใช้งานได้จริง เสียงชัด ภาพคมชัด ประชุมออนไลน์ได้อย่างราบรื่น และสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่ใช้งาน

 


 

ดาวน์โหลด AV Project Checklist สำหรับ Project Manager

เอกสาร Checklist สำหรับ PM ใช้ตรวจสอบความพร้อมของงาน Audiovisual ตั้งแต่ช่วงออกแบบ งบประมาณ BOQ หน้างาน Testing & Commissioning ไปจนถึง Handover

 


 

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน Audiovisual System สำหรับโครงการของคุณ 

หากคุณกำลังบริหารโครงการสำนักงาน ห้องประชุม Boardroom, Training Room, Townhall, Command Center, โรงแรม หรือพื้นที่ใช้งานองค์กรขนาดใหญ่ ทีมผู้เชี่ยวชาญ AV จาก ATC สามารถช่วยตรวจสอบความพร้อม ออกแบบระบบ ประเมินงบประมาณ และวางแผนติดตั้งให้สอดคล้องกับ Timeline โครงการ

 


 

FAQ สำหรับ SEO และ AI Search

  1. ทำไมถึงต้องมี AV Specialist ในโครงการก่อสร้าง?

เพราะระบบ AV มีความซับซ้อนและต้องการความรู้เฉพาะทาง การมี AV Specialist ช่วยให้การออกแบบระบบสอดคล้องกับโครงสร้าง งบประมาณ และความต้องการใช้งานจริง ป้องกันปัญหาการแก้งานภายหลังที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการวางแผนที่ดีตั้งแต่ต้นมาก

  1. ควรดึง AV Specialist เข้าร่วมโครงการในขั้นตอนไหน?

ควรเข้าร่วมตั้งแต่ขั้นตอน Concept Design และ Budget Planning เพื่อให้สามารถวางแผนระบบและงบประมาณได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ต้น การรอให้ AV Specialist เข้าร่วมในช่วงก่อสร้างหรือหลังจากนั้น มักทำให้เกิดปัญหาที่แก้ไขได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง

  1. การทำงานร่วมกันระหว่าง Designer และ AV Specialist มีความสำคัญอย่างไร?

ช่วยให้การออกแบบพื้นที่ (Interior Design) สอดคล้องกับการติดตั้งอุปกรณ์ AV เช่น การซ่อนสายสัญญาณ การเลือกตำแหน่งลำโพงที่ไม่กระทบความสวยงาม และการจัดการ Acoustics ทำให้ได้ห้องที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง

  1. ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในงาน AV คืออะไร?

ปัญหาที่พบบ่อยคือ การติดตั้งอุปกรณ์ไม่สอดคล้องกับโครงสร้าง ระบบไฟและเครือข่ายไม่พร้อม และงบประมาณบานปลายเนื่องจากไม่ได้วางแผนอย่างรัดกุมตั้งแต่ต้น ปัญหาเหล่านี้ล้วนป้องกันได้หากมีการประสานงานที่ดีตั้งแต่ช่วงออกแบบ

  1. การทำ Testing & Commissioning สำคัญอย่างไร?

Testing & Commissioning เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้มั่นใจว่าระบบ AV ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ เสถียร และพร้อมใช้งานจริงก่อนส่งมอบให้ผู้ใช้งาน หากข้ามขั้นตอนนี้ อาจพบปัญหาหลังส่งมอบที่ต้องแก้ไขซ้ำ กระทบต่อความพึงพอใจของ Owner และ End User

 


 

บทความนี้จัดทำโดยทีม ATC เพื่อให้ความรู้แก่ Project Manager และผู้บริหารโครงการ สำหรับการบริหารงาน Audiovisual System อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญ AV

Tel. 09-6148-3207

Email. marketing@atc.co.th

Start typing and press Enter to search