สิ่งสำคัญของห้องประชุมที่มีประสิทธิภาพด้านเสียง คือการมีคุณภาพเสียงที่ดี ได้มาตรฐาน และรองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ ทั้ง Onsite, Online และ Hybrid โดยมีระบบอะคูสติกของห้องเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพเสียง ซึ่งส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกแผ่นซับเสียงให้เหมาะสมกับพื้นที่และลักษณะการใช้งาน
เลือกแผ่นซับเสียงห้องประชุมอย่างไรให้เทียบราคาได้ถูกต้อง ลดเสียงก้อง ลด Rework และควบคุมงบประมาณงาน Acoustic ได้อย่างมั่นใจ บทความนี้มีคำตอบ
Key takeaways
- แผ่นซับเสียงห้องประชุมช่วยลดเสียงก้องและเสียงสะท้อน เพิ่มความชัดเจนของเสียงพูด แต่ไม่สามารถทดแทนระบบกันเสียงได้
- การเลือกแผ่นซับเสียงควรพิจารณาค่า NRC ความหนา วัสดุ ตำแหน่งติดตั้ง และดีไซน์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน
- วัสดุอะคูสติกมีหลายประเภท เช่น แผ่นผ้าอะคูสติก แผ่นไม้เจาะรู และแผ่น PET ซึ่งมีคุณสมบัติและต้นทุนแตกต่างกัน
- การถอด BOQ อย่างแม่นยำต้องตรวจสอบสเปก ปริมาณวัสดุ โครงสร้างติดตั้ง อุปกรณ์ประกอบ และค่าใช้จ่ายแฝง เพื่อควบคุมงบประมาณและลด Rework
- Value Engineering ช่วยลดต้นทุนงาน Acoustic Design ผ่านการปรับพื้นที่ติดตั้ง เลือกวัสดุเทียบเท่า และปรับวิธีติดตั้ง โดยต้องรักษาประสิทธิภาพเสียงตามเป้าหมายของโครงการ
สารบัญบทความ
- แผ่นซับเสียงห้องประชุมคืออะไร และช่วยเรื่องเสียงอย่างไร?
- ปัญหาเสียงก้องสะท้อนในห้องประชุมเกิดจากสาเหตุอะไร?
- ประโยชน์ของการติดแผ่นซับเสียงในห้องประชุม
- ประเภทของแผ่นซับเสียงที่นิยมใช้ในห้องประชุมมีอะไรบ้าง?
- เทคนิคถอด BOQ แผ่นซับเสียงสำหรับ QS คุมงบไม่ให้บานปลาย
- Value Engineering แผ่นซับเสียง ลด Cost อย่างไรไม่ให้เสีย
- ATC มีโซลูชันในการรีวิวสเปก และคุมงบแผ่นซับเสียงได้อย่างไร?
- ATC ช่วยรีวิวสเปกแผ่นซับเสียงห้องประชุม และควบคุมงบประมาณได้อย่างไร?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผ่นซับเสียงห้องประชุม
แผ่นซับเสียงห้องประชุมคืออะไร และช่วยเรื่องเสียงอย่างไร?

ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกว่าเป็นปัญหาซับเสียงหรือกันเสียง เพราะคำว่าแผ่นซับเสียง แผ่นกันเสียง แผ่นเก็บเสียง และฉนวนกันเสียง แม้จะถูกใช้ปะปนกัน แต่ในงานออกแบบมีหน้าที่แตกต่างกัน หากต้องการลดเสียงสะท้อนหรือเสียงก้องภายในห้องประชุม ควรเลือกวัสดุซับเสียงให้เหมาะกับย่านความถี่และพื้นที่ติดตั้ง แต่หากต้องการลดเสียงจากภายนอกที่เข้ามารบกวน หรือป้องกันเสียงจากห้องประชุมไม่ให้เล็ดลอดไปยังพื้นที่ข้างเคียง ต้องพิจารณาระบบกันเสียงเป็นหลัก
การเลือกวัสดุให้ตรงกับปัญหาตั้งแต่ต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากกำหนดสเปกผิดประเภท งบประมาณที่อนุมัติไปอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง และยังเสี่ยงต่อการเกิด Variation Order หรือ Rework ในช่วงท้ายโครงการ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างการซับเสียงและการกันเสียงจึงช่วยให้เลือกวัสดุได้เหมาะสม ควบคุมต้นทุนได้แม่นยำ และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง
ปัญหาเสียงก้องสะท้อนในห้องประชุมเกิดจากสาเหตุอะไร?
ปัญหาเสียงก้องและเสียงสะท้อนในห้องประชุม เกิดจากการที่คลื่นเสียงกระทบกับพื้นผิววัตถุแล้วไม่ถูกดูดซับ ทำให้สะท้อนไปมาภายในห้องซ้ำ ๆ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- พื้นผิวห้องแข็งและเรียบเกินไป: ผนังปูนเปลือย กระจก พื้นกระเบื้อง หรือเพดานเรียบ สะท้อนคลื่นเสียงได้ดีมาก ทำให้เสียงเดินทางกระทบและสะท้อนหลายครั้ง
- ขาดวัสดุดูดซับเสียง: ห้องที่ไม่มีผ้าม่าน พรม โซฟา หรือแผ่นซับเสียง (Acoustic Treatment) จะควบคุมการสะท้อนของเสียงได้ยาก
- ขนาดและรูปทรงห้องไม่เหมาะสม: ห้องที่มีเพดานสูงเกินไป ผนังขนานกัน หรือห้องทรงลูกบาศก์ ทำให้เกิดการซ้อนทับของคลื่นเสียงและสะท้อนไปมาได้อย่างอิสระ
- การจัดวางอุปกรณ์เครื่องเสียงผิดตำแหน่ง: การตั้งลำโพงใกล้ไมโครโฟนเกินไป หรือเสียงจากลำโพงยิงเข้าไมโครโฟนโดยตรง ทำให้เกิดเสียงสะท้อนและเสียงหอน
- ระบบปรับอากาศและท่อลม: เสียงจากพัดลมระบายอากาศหรือท่อส่งลมในระบบ HVAC สามารถสะท้อนและขยายตัวเพิ่มความก้องในห้องได้
ประโยชน์ของการติดแผ่นซับเสียงในห้องประชุม

ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจค่ามาตรฐานความชัดเจนของเสียงพูด หรือ STI (Speech Transmission Index) ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่ใช้ประเมินความชัดเจนของเสียงพูด เพื่อให้การออกแบบและติดตั้งแผ่นซับเสียงในห้องประชุมตอบโจทย์ด้านอะคูสติกได้อย่างเหมาะสม ทั้งการลดเสียงสะท้อน ลดเสียงก้อง และเพิ่มความชัดเจนในการสื่อสาร เมื่อออกแบบให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานและเป้าหมายด้านคุณภาพเสียง ก็จะช่วยให้การประชุมมีประสิทธิภาพและเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยประโยชน์ของการติดแผ่นซับเสียงมีดังนี้
- สร้างความชัดเจนของเสียงพูด: เพราะลดการสะท้อนของคลื่นเสียงบนผนังและเพดาน ทำให้ผู้ฟังได้ยินเสียงพูดคมชัด ไม่เบลอ
- ควบคุมเสียงก้องและเสียงสะท้อน: เพราะช่วยดูดซับพลังงานเสียงภายในห้อง ป้องกันไม่ให้เกิดเสียงสะท้อนวนไปมาเกิดเกณฑ์ที่กำหนด
- ลดความเหนื่อยล้าในการฟัง: จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ต้องเพ่งสมาธิหรือเงี่ยหูฟัง ลดความอึดอัดและอาการล้าของหูเมื่อต้องประชุมเป็นเวลานาน
- เสริมภาพลักษณ์องค์กร: แผ่นซับเสียงยุคใหม่มีดีไซน์สวยงาม ทั้งแบบผ้าอะคูสติกหรือลายไม้ ช่วยยกระดับห้องประชุมให้ดูหรูหราและเป็นมืออาชีพ
ประเภทของแผ่นซับเสียงที่นิยมใช้ในห้องประชุมมีอะไรบ้าง?

การเลือกใช้แผ่นซัพเสียงห้องประชุม นอกจากเพื่อให้ได้ค่าความชัดเจนของเสียงพูดแล้ว ยังต้องคำนึ่งถึงปัจจัยต่างที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น
- APPEARANCE : สี, Texture, Form, Pattern
- PLACEMENT : Wall, Ceiling, Baffle, Furniture
- PERFORMANCE : Thickness, Area, Frequency, Absorption
อย่างไรก็ดี นอกจากสีสรร ต่ำแหน่งการใช้งาน และประสิทธิภาพการซัพเสียงแล้ว หากจะแบ่งประเภทของแผ่นซับเสียงที่นิยมใช้ในห้องประชุม ก็สามารถแบ่งได้เป็น 4 ชนิดหลักๆ ดังนี้
- แผ่นผ้าอะคูสติก (Fabric Wrapped Acoustic Panel): หุ้มแผ่นใยแก้วหรือใยหินความหนาแน่นสูงหุ้มด้วยผ้าตกแต่งภายนอก มีค่าการดูดซับเสียง (NRC) สูง ดีไซน์เรียบร้อย เหมาะกับผนังห้องประชุมที่ต้องการความเรียบหรูและเป็นทางการ
- แผ่นไม้เจาะรูหรือเซาะร่องอะคูสติก (Perforated / Grooved Wooden Acoustic Panel): แผ่นไม้จริงหรือไม้ MDF เจาะรู หรือเซาะร่องด้านหน้า ด้านหลังบุด้วยวัสดุดูดซับเสียง ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นธรรมชาติ และดูหรูหรา นิยมใช้ในห้องประชุมผู้บริหารหรือห้องประชุมใหญ่
- แผ่นเส้นใยอัดแข็งหรือแผ่นอะคูสติกโพลีเอสเตอร์ (PET Acoustic Panel): แผ่นวัสดุจากเส้นใยรีไซเคิล น้ำหนักเบา ขึ้นรูปเป็นลวดลายหรือสีสันต่างๆ ได้ง่าย ติดตั้งสะดวกรวดเร็ว และมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ
- แผ่นผสม (Mixed Acoustic Panel): คือการนำวัสดุหลายๆ ประเภทมาประกอบเข้าด้วนกัน ให้ให้ได้รูปทรง สีสรร และประสิทธิภาพต่อบางย่ายของคลื่นความถีเสียงที่ต้องการ และเพื่อตอบโจทย์งานออกแบบตกแต่งภายในได้ด้วย
อยากออกแบบ Acoustic Design ของห้องประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ออกแบบห้องประชุม และ acoustic design
เทคนิคถอด BOQ แผ่นซับเสียงสำหรับ QS คุมงบไม่ให้บานปลาย
ปัญหาหลักไม่ได้เกิดจากการคำนวณผิดพลาดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกันระหว่างผู้ออกแบบและผู้ถอดแบบ ซึ่งทำให้งบประมาณงาน Acoustic Design คลาดเคลื่อนได้ โดยมีความท้าทายหลัก 3 ประการ ดังนี้
1. สเปควัสดุไม่ชัดเจน (Specification Gap)
แบบก่อสร้างอาจระบุเพียง “แผ่นซับเสียง” โดยไม่กำหนดคุณสมบัติ เช่น ค่า NRC และ STC ทำให้ QS ประเมินราคาจากวัสดุทั่วไป แต่หน้างานจริงอาจต้องใช้วัสดุเกรดพิเศษที่มีราคาสูงกว่า
2. ต้นทุนแฝงในการติดตั้ง (Hidden Installation Costs)
งานอะคูสติกมีองค์ประกอบมากกว่าแผ่นซับเสียง เช่น โครงคร่าวลดแรงสั่นสะเทือน ซีลแลนท์กันเสียง และระบบแขวนแบบสปริง หากไม่รวมรายการเหล่านี้ใน Quantity Takeoff อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นภายหลัง
3. การปรับแก้หน้างาน (On-site Modifications)
สภาพหน้างานอาจทำให้เกิดเสียงรั่วผ่านโครงสร้าง (Sound Flanking) จนต้องเพิ่มวัสดุหรือปรับระบบติดตั้ง หากไม่มีงบสำรองสำหรับงานแก้ไข อาจส่งผลให้งบประมาณบานปลายและกระทบกำไรโครงการ
แนวทางให้ QS ประเมินราคาและถอด BOQ ได้แม่นยำขึ้น
- อ่านสเปกให้ครบ (READ SPECS): ตรวจสอบค่า NRC, STC และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง หากข้อมูลไม่ชัดเจน ควรส่ง RFI (Request for Information) ให้ผู้ออกแบบยืนยัน
- ถอดรายละเอียดงาน (MEASURE MATERIALS): วัดพื้นที่และรายละเอียดรอยต่อ มุม และช่องเปิด เพื่อประเมินซีลแลนท์และอุปกรณ์ประกอบให้ครบ
- คำนวณปริมาณวัสดุ (CALCULATE QUANTITIES): เผื่อเศษวัสดุ (Waste Factor) ตามลักษณะและความซับซ้อนของแบบ โดยอาจใช้ 10–15% เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการประเมินเบื้องต้น และปรับตามวัสดุจริง
- ตรวจสอบราคา (VERIFY BUDGET): เทียบราคากับฐานข้อมูลและผู้รับเหมางานอะคูสติกโดยตรง แทนการใช้ราคาเหมารวมเพียงอย่างเดียว
- ตรวจสอบ BOQ (QUALITY CHECK): ตรวจรายการอุปกรณ์ยึดติด เครื่องมือเข้าถึงงาน และค่าทดสอบประสิทธิภาพเสียงหลังติดตั้งให้ครบถ้วน
Value Engineering แผ่นซับเสียง ลด Cost อย่างไรไม่ให้เสีย
คำถามว่า “แผ่นซับเสียง แบบไหนดี” ไม่ควรเริ่มจากราคา แต่ควรเริ่มจาก Performance Requirement ของห้อง เช่น ระดับเสียงก้องที่ยอมรับได้ ลักษณะการใช้งาน จำนวนผู้ใช้งาน ระบบเสียง และพื้นที่ผิวแข็งภายในห้อง จากนั้นจึงเลือกแผ่นซับเสียงอะคูสติก ผ้าซับเสียง แผ่นลดเสียง หรือวัสดุซับเสียงประเภทอื่นที่ให้ผลสอดคล้องกับเป้าหมาย
- ตรวจสอบค่าการดูดซับเสียงของวัสดุ ไม่เปรียบเทียบจากความหนาหรือหน้าตาเพียงอย่างเดียว
- ดูระบบติดตั้งจริง เพราะ Air Gap, Backing Material และ Substrate มีผลต่อ Performance
- พิจารณาตำแหน่งติดตั้ง ทั้งแผ่นซับเสียงติดผนัง ฝ้า และองค์ประกอบ Interior อื่น ๆ
- ตรวจสอบ Fire Rating, Durability, Cleaning/Maintenance และข้อกำหนดของโครงการ
- ใช้ Equivalent Material ได้เมื่อพิสูจน์ได้ว่า Performance และคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่พบได้บ่อยคือใบเสนอราคาของผู้รับเหมาหรือ Supplier แต่ละรายไม่ได้รวม Scope แบบเดียวกัน บางรายเสนอเฉพาะวัสดุ บางรายรวม Subframe, Backing, Finishing, Accessory และค่าแรงติดตั้งแล้ว ดังนั้นราคาวัสดุต่อตารางเมตรที่ต่ำกว่าอาจไม่ได้หมายถึงต้นทุนรวมที่ต่ำกว่า
- Material Cost: วัสดุหลัก วัสดุรอง และอุปกรณ์ประกอบ
- Installation Cost: โครงคร่าว งานเข้ามุม งานตัด เจาะ และงานเก็บรายละเอียด
- Interface Cost: งานเชื่อมต่อกับฝ้า ผนัง ไฟฟ้า AV ระบบปรับอากาศ และงานตกแต่งภายใน
- Testing / Mock-up: งานตัวอย่างหรือการทวนสอบผล Acoustic ตามที่โครงการกำหนด
- Rework Risk: ค่าใช้จ่ายจากการแก้ไขเมื่อเสียงก้องห้องประชุมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
หากต้องการศึกษาข้อมูลการถอดปริมาณงาน Acoustic เพิ่ม ไปที่ https://atc.co.th/av-acoustic-for-quantity-surveyor/
ATC มีโซลูชันในการรีวิวสเปก และคุมงบแผ่นซับเสียงได้อย่างไร?
แนวทาง Value Engineering แผ่นซับเสียง เพื่อไม่ให้เสียคุณภาพ มีอยู่หลายวิธี เช่น
- การปรับลดพื้นที่ติดตั้ง (Coverage Optimization): เช่น ไม่จำเป็นต้องติดชนผนังทุกด้าน คำนวณตามหลักอะคูสติก (Sabine’s Formula) ติดตั้งเพียง 30% – 50% ของพื้นที่ผิวห้อง (เช่น จุดสะท้อนเสียงหลัก หรือทำเป็นลักษณะ Panel กระจายตัว) ก็สามารถลดเสียงก้องได้ดีเพียงพอโดยสามรถลดปรอมาณแผ่นซับเสียงลงได้
- สลับใช้วัสดุที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่า (Material Substitution): เปลี่ยนจากแผ่นสำเร็จรูปลายนำเข้า ราคาแพง มาเป็น วัสดุหุ้มฉนวนใยแก้วความหนาแน่นสูง (High-Density Glasswool) หรือ ใยสังเคราะห์โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล (Polyester Fiber) หุ้มด้วยวัสดุตกแต่งภายในประเทศ ที่ให้ค่า NRC ใกล้เคียงกัน (0.75 – 0.85) แต่ประหยัดต้นทุนต่อตารางเมตรได้มากกว่า
- การเลือกความหนาให้เหมาะกับย่านความถี่เสียง (Thickness Selection): หากห้องประชุมหรือออฟฟิศเน้นเสียงพูด (Speech) ความถี่กลาง-สูง เลือกใช้ความหนา 25 มม. (1 นิ้ว) ก็เพียงพอ ไม่ต้องขยับไปใช้ความหนา 50 มม. ซึ่งมีราคาสูงกว่าเกือบเท่าตัว เว้นแต่เป็นห้องซ้อมดนตรีหรือสตูดิโอ
- ปรับวิธีติดตั้ง (Installation & Labor Cost Reduction): เช่น เปลี่ยนจากระบบโครงคร่าวที่ซับซ้อนและใช้แรงช่างมาก มาเป็นระบบติดตั้งด้วยกาวตะปูหรือคลิปล็อกกับผนังเดิมโดยตรงสำหรับแผ่นน้ำหนักเบา จะช่วยลดทั้งค่าแรงและเวลาทำงานอ เป็นต้น
ATC ช่วยรีวิวสเปกแผ่นซับเสียงห้องประชุม และควบคุมงบประมาณได้อย่างไร?
การเลือกแผ่นซับเสียงห้องประชุมให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาทั้งประสิทธิภาพการซับเสียง การออกแบบ ตำแหน่งติดตั้ง รายละเอียดสเปก และต้นทุนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การถอด BOQ ไปจนถึงการติดตั้งจริง เพื่อให้ห้องประชุมมีคุณภาพเสียงที่เหมาะสม ลดปัญหาเสียงก้อง ลดความเสี่ยงจาก Rework และควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับองค์กรที่ต้องการออกแบบห้องประชุมให้มีคุณภาพเสียงที่ดี พร้อมควบคุมงบประมาณงาน Acoustic ได้อย่างเหมาะสม ATC พร้อมให้คำปรึกษาด้านการรีวิวสเปก การเลือกวัสดุ และการทำ Value Engineering เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพตรงตามความต้องการของโครงการ นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดสู่บริการ ติดตั้งเครื่องเสียงห้องประชุม เพื่อให้ระบบภาพและเสียงทำงานสอดคล้องกัน รองรับการประชุมทั้ง Onsite, Online และ Hybrid ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาหน้างานและเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมต้นทุนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบจนถึงการติดตั้งจริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผ่นซับเสียงห้องประชุม
แผ่นซับเสียงห้องประชุม ใช้เวลาติดตั้งนานแค่ไหน?
ขึ้นอยู่ประเภทและปริมาณพื้นที่ในการติดตั้ง สามารถประเมิณระยะเวลาติดตั้งแบบเดียวกันกับงาน Finiching ของงานตกแต่งภายในบางประเภทที่มีวิธuการทำงาomujไกล้เคียงกัน
ห้องประชุมขนาดเล็กจำเป็นต้องติดแผ่นซับเสียงหรือไม่?
ขึ้นอยู่ลักษณะทางกายภาพของห้อง เช่น แม้ห้องเล็ก แต่เป็นกระจกรอบห้องมีมีความจำเป็น
ติดแผ่นซับเสียงเองได้ไหม หรือต้องใช้ช่างมืออาชีพ?
แล้วแต่ลักษณะงานและวัสดุ บางประเภทช่างตกแต่งทั่วไปก็ติดตั้งได้ แต่บางประเภทอาจต้องใช้ผู้เชียวชาญเฉพาะด้าน
แผ่นซับเสียงห้องประชุมดูแลรักษาอย่างไร ให้ใช้งานได้นาน?
ดูแลตามประเภทของวัสดุ หรือตามคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตวัสดุนั้น
ติดแผ่นซับเสียงในห้องประชุมกระทบสัญญาณ Wi-Fi หรือระบบเครือข่ายในห้องหรือไม่?
ไม่มีผลกระทบต่อสัญญาณและเครือข่าย แต่อาจมีผลต่อการรั่วของเสียงจากงานระบบท่อ สาย ของงานระบบสายสัญญาณ



